อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของไทยเป็นแบบขั้นบันได คิดจาก เงินได้สุทธิ ซึ่งก็คือเงินได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ตามตารางของกรมสรรพากร เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจะเสียภาษีเป็นช่วง ตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 35% สำหรับส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท
เข้าใจขั้นบันไดแล้ว จะรู้ว่าทำไมรายได้เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ภาษีทั้งก้อนกระโดดตาม บทความนี้สรุปตาราง สูตร และตัวอย่าง
อัตราภาษีบุคคลธรรมดาขั้นบันไดมีอะไรบ้าง
ตารางที่กรมสรรพากรเผยแพร่ ใช้กับเงินได้ตั้งแต่ปีภาษี 2560 เป็นต้นไป
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตรา | ภาษีสูงสุดในขั้น | ภาษีสะสม |
|---|---|---|---|
| 0 - 150,000 | ยกเว้น | 0 | 0 |
| 150,001 - 300,000 | 5% | 7,500 | 7,500 |
| 300,001 - 500,000 | 10% | 20,000 | 27,500 |
| 500,001 - 750,000 | 15% | 37,500 | 65,000 |
| 750,001 - 1,000,000 | 20% | 50,000 | 115,000 |
| 1,000,001 - 2,000,000 | 25% | 250,000 | 365,000 |
| 2,000,001 - 5,000,000 | 30% | 900,000 | 1,265,000 |
| เกิน 5,000,000 | 35% |
แต่ละอัตราใช้กับ "ส่วนที่อยู่ในขั้น" เท่านั้น ไม่ได้ใช้กับเงินได้ทั้งก้อน
เงินได้สุทธิคิดอย่างไร
เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน
- เงินได้พึงประเมิน แบ่งเป็น 8 ประเภทตามมาตรา 40 เช่น 40(1) เงินเดือน 40(2) ค่าจ้างหรือค่าธรรมเนียมจากหน้าที่หรืองานที่รับทำ 40(8) เงินได้จากธุรกิจ
- ค่าใช้จ่าย เช่น มาตรา 42 ทวิ ให้เงินได้ 40(1) และ 40(2) หักแบบเหมาร้อยละ 50 แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าลดหย่อน เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทตามมาตรา 47 และรายการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี
ตัวอย่างคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)
พนักงานมีเงินเดือนทั้งปี 600,000 บาท ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว
- หักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท → 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว → 60,000 บาท
- เงินได้สุทธิ = 600,000 − 100,000 − 60,000 = 440,000 บาท
| ขั้น | ส่วนของเงินได้ | ภาษี |
|---|---|---|
| 0 - 150,000 | 150,000 | 0 |
| 150,001 - 300,000 | 150,000 | 7,500 |
| 300,001 - 440,000 | 140,000 | 14,000 |
| รวม | 440,000 | 21,500 |
ภาษีทั้งปีประมาณ 21,500 บาท ก่อนหักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายระหว่างปี
วิธีที่สอง: คิดจากเงินได้พึงประเมิน 0.5% คืออะไร
ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(2) ถึง 40(8) ที่รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ต้องคำนวณภาษีอีกวิธีหนึ่งด้วย คือ 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน (ไม่รวมเงินเดือน) แล้ว เสียภาษีตามวิธีที่ได้ยอดสูงกว่า เว้นแต่ภาษีตามวิธีที่สองไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งแบบ ภ.ง.ด.94 ปีภาษี 2569 แสดงขั้นตอนนี้ไว้ในการคำนวณ
ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่รายได้สูงแต่กำไรต่ำจึงควรคำนวณทั้งสองวิธี
เคล็ดลับ: ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการที่รายได้สูงแต่กำไรต่ำ ควรคำนวณภาษีทั้งสองวิธีก่อนยื่นแบบ แล้วเสียตามวิธีที่ได้ยอดสูงกว่าตามที่แบบกำหนด
อัตราภาษีส่วนเพิ่ม กับ อัตราภาษีเฉลี่ย ต่างกันอย่างไร
- อัตราส่วนเพิ่ม คืออัตราของขั้นสุดท้ายที่เงินได้ไปถึง ตัวอย่างข้างต้นคือ 10%
- อัตราเฉลี่ย คือภาษีรวมหารเงินได้สุทธิ ตัวอย่างข้างต้นประมาณ 4.9%
การรู้อัตราส่วนเพิ่มช่วยให้ประเมินว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นแต่ละบาทจะเสียภาษีเท่าไร
ภาษีที่ต้องชำระจริงตอนยื่นแบบ
ภาษีที่คำนวณได้จากตารางยังไม่ใช่ยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มเสมอไป ตอนยื่นแบบประจำปีต้องนำเครดิตเหล่านี้มาหักก่อน
- ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายตามหนังสือรับรอง 50 ทวิ จากทุกผู้จ่ายเงิน
- ภาษีที่ชำระไปแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับผู้มีเงินได้ 40(5) ถึง 40(8)
ถ้าเครดิตรวมมากกว่าภาษีที่คำนวณได้ ส่วนเกินขอคืนได้ ถ้าน้อยกว่าต้องชำระส่วนต่าง
เตรียมตัวเลขทั้งปีด้วย XBalance
สำหรับฟรีแลนซ์และกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดา XBalance ติดตามรายรับและค่าใช้จ่ายจากเอกสารจริง ช่วยให้มีตัวเลขพร้อมเมื่อถึงเวลายื่นแบบ ตัวเลขภาษีในระบบเป็นประมาณการ ไม่ใช่การยื่นแบบแทน ดูที่ ราคา
สรุป
ภาษีบุคคลธรรมดาคิดแบบขั้นบันไดจากเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ผู้มีเงินได้ 40(2) ถึง 40(8) ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไปต้องเทียบกับวิธี 0.5% ด้วย และหักเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้ก่อนรู้ยอดที่ต้องจ่ายจริง
XBalance ช่วยจัดระบบข้อมูลและเอกสาร แต่ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางภาษีหรือบัญชี กรณีเฉพาะควรตรวจสอบกับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีของคุณ ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

