การลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องที่คนทำงานประจำ ฟรีแลนซ์ และเจ้าของกิจการบุคคลธรรมดาควรรู้ก่อนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ทุกปี บทความนี้สรุปรายการลดหย่อนหลักที่กรมสรรพากรเผยแพร่ไว้ พร้อมเพดานและเงื่อนไขสำคัญ เพื่อให้คุณเช็กสิทธิของตัวเองได้ครบก่อนถึงช่วงยื่นภาษี
ลดหย่อนภาษี คืออะไร หักตรงไหนในการคำนวณ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากเงินได้สุทธิ ซึ่งได้จากเงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่าย แล้วหักค่าลดหย่อนอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจึงนำเงินได้สุทธิไปคูณอัตราภาษีแบบขั้นบันได
- เงินได้พึงประเมินทั้งปี
- หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
- หักค่าลดหย่อนตามสิทธิที่มีจริง
- ได้เงินได้สุทธิ แล้วนำไปคำนวณภาษี
ค่าลดหย่อนจึงต่างจากค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายผูกกับประเภทเงินได้ ส่วนค่าลดหย่อนผูกกับสถานะครอบครัว การออม และการใช้จ่ายบางประเภทที่กฎหมายกำหนด
หมายเหตุ: ถ้าคุณมีรายได้จากงานฟรีแลนซ์หรือค่าบริการ ผู้จ่ายอาจหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทุกใบไว้ใช้ตอนยื่นแบบด้วย
ค่าลดหย่อนกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
กลุ่มนี้ใช้สิทธิได้ตามสถานะจริงของผู้มีเงินได้ ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่ม
| รายการ | เพดานตามกรมสรรพากร | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ผู้มีเงินได้ | 60,000 บาท | ทุกคนได้รับ |
| คู่สมรส | 60,000 บาท | คู่สมรสไม่มีเงินได้ |
| บุตร | คนละ 30,000 บาท | บุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000 บาท |
| ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาทต่อครั้ง | ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด |
| อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา | คนละ 30,000 บาท | อายุ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีที่ใช้สิทธิ |
| อุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพ | คนละ 60,000 บาท | ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด |
กรณีที่ผู้มีเงินได้และคู่สมรสต่างมีเงินได้ ให้ดูเงื่อนไขการแยกยื่นหรือรวมยื่นในหน้าเว็บกรมสรรพากรประกอบ เพราะสิทธิบางรายการจะแบ่งกันใช้
ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันและกองทุนเพื่อการออม
กลุ่มนี้เป็นเงินที่จ่ายจริงเพื่อความคุ้มครองหรือการออมระยะยาว แต่ละรายการมีเพดานเฉพาะ และบางรายการมีเพดานรวมกัน
- เบี้ยประกันชีวิต กรมธรรม์ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเอง ตามจ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท บิดามารดาต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีที่ใช้สิทธิ
- เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีเพดานของแต่ละรายการ และเมื่อรวมกับกองทุนเกษียณอื่นตามที่กฎหมายกำหนดต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามจ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท
- เงินสมทบประกันสังคม ตามจ่ายจริง ไม่เกินเพดานที่กรมสรรพากรประกาศสำหรับปีภาษีนั้น
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ): จ่ายเบี้ยประกันชีวิต 90,000 บาท และประกันสุขภาพตัวเอง 25,000 บาท รวม 115,000 บาท ใช้สิทธิได้รวมกันสูงสุด 100,000 บาท เพราะติดเพดานรวมของสองรายการนี้
ข้อควรระวัง: กองทุนเพื่อการออมมีเงื่อนไขการถือครอง เช่น RMF ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันซื้อครั้งแรก และขายคืนได้เมื่ออายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ถ้าขายผิดเงื่อนไขอาจต้องคืนสิทธิที่เคยใช้ อ่านเงื่อนไขของแต่ละกองทุนก่อนซื้อ
ค่าลดหย่อนกลุ่มที่อยู่อาศัยและเงินบริจาค
ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ใช้สิทธิได้ไม่เกิน 100,000 บาท เงินกู้ต้องเป็นการกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย และจำนองที่อยู่อาศัยนั้นเป็นประกันกับผู้ให้กู้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงิน
เงินบริจาค แบ่งเป็นสามแบบหลัก
- บริจาคทั่วไป หักได้ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
- บริจาคผ่านระบบ e-Donation เพื่อการศึกษา การกีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐ หักได้ 2 เท่าของที่จ่าย แต่รวมแล้วไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
- เงินบริจาคให้พรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท
เงินบริจาคคำนวณเป็นลำดับท้าย เพราะเพดานอิงกับเงินได้ที่เหลือหลังหักรายการอื่นแล้ว
มาตรการพิเศษรายปี ต้องเช็กทุกปีภาษี
นอกจากรายการถาวรข้างต้น รัฐบาลมักออกมาตรการลดหย่อนเฉพาะปี เช่น การซื้อสินค้าหรือบริการตามช่วงเวลาที่กำหนด การท่องเที่ยวเมืองรอง หรือค่าซ่อมแซมบ้านจากอุทกภัย มาตรการเหล่านี้มีช่วงวันที่และเงื่อนไขเฉพาะ และไม่ได้ต่ออายุทุกปี
กองทุนบางประเภท เช่น กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ก็มีเพดานและเงื่อนไขที่อาจปรับในแต่ละปี ก่อนวางแผนซื้อหรือจ่ายเงินเพื่อใช้สิทธิ ให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรสำหรับปีภาษีที่คุณจะยื่นเสมอ
เคล็ดลับ: ทำรายการค่าลดหย่อนที่ตั้งใจใช้ไว้ตั้งแต่ต้นปี แล้วเทียบกับประกาศของกรมสรรพากรอีกครั้งช่วงปลายปี จะช่วยให้ไม่พลาดมาตรการที่มีเฉพาะปีนั้น
เตรียมหลักฐานลดหย่อนอย่างไรให้พร้อมยื่น
สิทธิลดหย่อนใช้ได้เมื่อมีหลักฐานรองรับ หากกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม คุณต้องส่งได้ครบ
- หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันจากบริษัทประกัน
- หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนจากบริษัทจัดการกองทุน
- หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้จากผู้ให้กู้
- ใบอนุโมทนาบัตรหรือหลักฐานการบริจาค
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากผู้จ่ายเงินได้
ถ้ามีรายได้จากหลายแหล่ง แนะนำให้เก็บเอกสารรายรับและภาษีที่ถูกหักไว้ในที่เดียวตลอดปี อ่านเรื่องเอกสารนี้เพิ่มเติมได้ใน คู่มือ 50 ทวิ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับ SME
สรุป
ลดหย่อนภาษีมีทั้งรายการถาวรที่ใช้ได้ทุกปี และมาตรการพิเศษที่มีเฉพาะบางปี เริ่มจากเช็กสิทธิกลุ่มครอบครัว แล้วดูประกันและกองทุนที่มีอยู่จริง พร้อมเก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่ต้นปี ถ้าคุณมีรายได้จากงานอิสระหรือกิจการ การจัดเอกสารรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบจะช่วยให้ยื่นแบบได้ง่ายขึ้น และเริ่มใช้งานฟรีได้
XBalance ช่วยจัดระบบข้อมูลและเอกสาร แต่ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางภาษีหรือบัญชี กรณีเฉพาะควรตรวจสอบกับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีของคุณ ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569

